วารสารคอนกรีต
Conceptual Design for a Precast Concrete Hotel in Iraq PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย nantawat   
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2010 เวลา 03:16 น.

 

แนวความคิดในการออกแบบโรงแรมคอนกรีตหล่อสำเร็จในอิรัก


ดร.วิสิทธิ์ อุติศยพงศา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท วิสิทธิ์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด

ดร. วีรพันธ์ ศรีบุญลือ
Director of Engineering
Dura-Stress Inc.

Leesburg, Florida, USA

วิรัตน์ รัตนเวชสิทธิ

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท วี อินเตอร์เนชั่นแนล คอนซัลแตนส์ จำกัด

 

บทนำ

บทความนี้อธิบาย แนวความคิดในการออกแบบโรงแรมระดับห้าดาวแห่งหนึ่งที่ กรุงแบกแดด ประเทศอิรัก โดยใช้ชิ้นส่วนคอนกรีตหล่อสำเร็จเป็นหน่วยห้องพัก ความรวดเร็วในการก่อสร้างและความปลอดภัยของคอนกรีตหล่อสำเร็จเป็นข้อดีที่ทำ ให้ได้รับการพิจารณาสำหรับโครงการนี้ งานระบบต่าง ๆ ได้แก่ ระบบไฟฟ้า ประปา ปรับอากาศ จะถูกติดตั้งไปพร้อมกับหน่วยห้องพักก่อนการขนส่งจากท่าเรือที่ Jacksonville ฟลอริดา ผ่านจอร์แดนเข้าไปสู่อิรัก การก่อสร้างด้วยหน่วยห้องพักนี้เป็นที่แพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกาในการ สร้างอาคารห้องขังนักโทษ การดัดแปลงหน่วยห้องขังเป็นหน่วยห้องพักมีความจำเป็นเนื่องจากห้องพักใน โรงแรมต้องมีพื้นที่ที่กว้างขวางกว่าและมีความหรูหรามากกว่า อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดในแง่การผลิตและการขนส่งเช่น น้ำหนักที่มากที่สุด และขนาดที่มากที่สุด จำเป็นต้องถูกนำมาพิจารณาด้วย

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

 



แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 03 มกราคม 2014 เวลา 09:46 น.
 
ทฤษฎีการตรวจวัดความลึกของรอยร้าวด้วยคลื่นอัลตราโซนิค PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย nantawat   
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2010 เวลา 03:15 น.

 

ทฤษฎีการตรวจวัดความลึก ของรอยร้าว

ด้วยคลื่นอัลตราโซนิค

 

ดร.รักติพงษ์ สหมิตรมงคล1,2


1
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการก่อสร้างและบำรุงรักษา (CONTEC)
สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT)

2ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA)

 

1. ปัญหาการแตกร้าวและความสำคัญของการวัดความลึกของรอยร้าว

การ แตกร้าวเป็นปัญหาที่สามารถพบเห็นได้บ่อยในโครงสร้างคอนกรีต การแตกร้าวที่เกิดขึ้นในโครงสร้างคอนกรีตจะส่งผลต่อพฤติกรรมเชิงโครงสร้าง ความสวยงาม ความรู้สึกปลอดภัยของผู้ใช้งาน และความคงทนของโครงสร้าง การแตกร้าวนั้นสามารถเกิดขึ้นได้จากสาเหตุที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการแตกร้าวเนื่องจากพฤติกรรมของคอนกรีตเอง (เช่น การหดตัว หรือการแตกร้าวเนื่องจากอุณหภูมิจากปฏิกิริยาไฮเดรชั่น) การแตกร้าวเนื่องจากแรงกระทำภายนอก หรือจุดบกพร่องเนื่องจากการก่อสร้างที่ไม่มีคุณภาพ ทั้งนี้การแตกร้าวในลักษณะต่างๆนั้นจะมีพฤติกรรมของการแตกร้าว รวมถึงมีรายละเอียดลักษณะของรอยร้าวที่แตกต่างกัน

 

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 03 มกราคม 2014 เวลา 09:51 น.
 
เทคนิคการตรวจหาเหล็กเสริมในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย nantawat   
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2010 เวลา 03:14 น.

 

เทคนิคการตรวจหาเหล็กเสริม

ในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก

 

 

ดร.รักติพงษ์ สหมิตรมงคล1,2


1
ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีการก่อสร้างและบำรุงรักษา (CONTEC)
สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT)

2ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (NSTDA)

 

1. ความจำเป็นของการตรวจสอบหาเหล็กเสริมในโครงสร้าง

ผู้ ที่เคยดำเนินการตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงสร้างคอนกรีตเสริมจะมีความเข้าใจดี ว่าการตรวจสอบหาเหล็กเสริมในโครงสร้างนั้นถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็นทั้งในการ ตรวจสอบ ซ่อมแซม หรือ ปรับปรุงแก้ไขโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ยกตัวอย่างการตรวจสอบและปรับปรุงโครงสร้างที่ต้องเกี่ยวข้องกับการตรวจหา เหล็กเสริมในโครงสร้าง เช่น การตรวจสอบระยะคอนกรีตหุ้มเหล็กและจำนวนเหล็กเสริมในโครงสร้างว่าตรงตามแบบ หรือไม่ การเจาะเก็บแท่งตัวอย่างคอนกรีต (Coring) เพื่อทดสอบในห้องปฏิบัติการ การตรวจสอบการเกิดสนิมในเหล็กเสริมด้วย Half-cell รวมไปถึงการเตรียมการสำหรับเจาะพื้นหรือผนังคอนกรีตเสริมเหล็กสำหรับการใช้งานที่เปลี่ยนไป

 

 

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 03 มกราคม 2014 เวลา 10:06 น.
 
คอนกรีตที่ดีต้องบ่ม (ให้สุก) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย nantawat   
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2010 เวลา 03:12 น.

 

คอนกรีตที่ดีต้องบ่ม (ให้สุก)

ชัย จาตุรพิทักษ์กุล
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์

ทำไมต้องบ่มคอนกรีต

หลายคนเข้าใจว่าเมื่อเทคอนกรีตเสร็จแล้ว คอนกรีตสามารถแข็งตัวได้เอง และไม่ต้องทำอะไรกับคอนกรีตแล้ว ความเข้าใจดังกล่าวถูกต้องเพียงครึ่งเดียว กล่าวคือคอนกรีตสามารถแข็งตัวได้จริง แต่ถ้าต้องการให้คอนกรีตมีคุณภาพที่ดีแล้วต้องทำการบ่ม (ให้สุกเสียก่อน) การบ่มคอนกรีต เหมือนกับการบ่มผลไม้ หากบ่มได้ดี จะได้ผลไม้สุก หอมหวาน อร่อย และที่สำคัญคือคุ้มค่ากับเงินที่ซื้อผลไม้มา สำหรับคอนกรีต หากไม่บ่มให้ดี คอนกรีตก็ไม่สุกและไม่ดี คือไม่แข็งแรง ไม่ทนทาน ไม่สามารถใช้งานได้นาน แม้ว่าดูภายนอกแล้วจะเหมือนกับคอนกรีตที่บ่มมาอย่างดีก็ตาม เมื่อผสมคอนกรีตต้องใช้น้ำในการผสม น้ำที่ผสมคอนกรีตจะทำปฏิกิริยากับปูนซีเมนต์ เรียกว่าปฏิกิริยาไฮเดรชัน ทำให้คอนกรีตแข็งตัวและรับกำลังได้ มีความทึบน้ำและป้องกันไม่ให้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่างๆซึมเข้าสู่เนื้อคอนกรีต โดยปกติแล้วคอนกรีตสามารถแข็งตัวได้ภายใน 5 ถึง 6 ชั่วโมงภายหลังจากการผสม และมีกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเพิ่มกำลังของคอนกรีตไม่สามารถแยกได้ด้วยการดูจากตาเปล่า คือเราไม่สามารถบอกได้ว่าคอนกรีตที่เทพื้น กับคอนกรีตที่เทคาน ส่วนใดให้กำลังสูงกว่า การจะบอกว่าคอนกรีตส่วนไหนให้กำลังสูงกว่าต้องนำไปทดสอบโดยการกดให้แตก แล้ววัดว่าคอนกรีตดังกล่าวรับกำลังได้มากน้อยเพียงใด
แม้ว่าคอนกรีตต้องการน้ำในส่วนผสมเพื่อทำปฏิกิริยากับปูนซีเมนต์ให้มากและสมบูรณ์ที่สุด แต่ถ้าใส่น้ำในส่วนผสมมากเกินไปจะทำให้มีน้ำส่วนเกินจากการทำปฏิกิริยา และเมื่อน้ำดังกล่าวระเหยออกจากตัวคอนกรีตจะทำให้เกิดช่องว่างภายในขึ้นและส่งผลให้การรับกำลังลดลง ดังนั้นจึงต้องพยายามที่จะใส่น้ำในส่วนผสมให้พอเพียงกับการทำปฏิกิริยาของปูนซีเมนต์เท่านั้น

 

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 06 มกราคม 2014 เวลา 11:14 น.
 
ปริมาณเหล็กเสริมน้อยที่สุดสำหรับองค์อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กรับแรงดัด PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย nantawat   
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2010 เวลา 03:11 น.


ปริมาณเหล็กเสริมน้อยที่สุดสำหรับองค์อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กรับแรงดัด



ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์ แก้วกุลชัย

หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

กรรมการสาขาโครงสร้างคอนกรีต สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย

รศ.ดร.สถาพร โภคา

คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

กรรมการโครงการ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

 


1. บทนำ

เป็น ที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในการออกแบบองค์อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก เหล็กเสริมในคอนกรีตจะเป็นตัวช่วยรับแรงดึงที่เกิดขึ้นในตัวองค์อาคาร ทั้งนี้เนื่องมาจากความสามารถในการรับแรงดึงที่ต่ำมากของคอนกรีตนั่นเอง อีกทั้งเหล็กเสริมในคอนกรีตยังจะช่วยป้องกันการวิบัติอย่างฉับพลันขององค์ อาคารคอนกรีตได้อีกด้วย โดยพื้นฐานการออกแบบองค์ อาคารคอนกรีตเสริมเหล็กโดยทั่วไปนั้นจะต้องออกแบบให้มีการเตือนล่วงหน้าก่อน เกิดการวิบัติ เช่น เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่หรือเกิดการโก่งตัวที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน เป็นต้น เพื่อให้สามารถซ่อมแซมหรือมีเวลาเพียงพอที่จะปกป้องชีวิตของผู้ใช้อาคารได้ ในกรณีขององค์อาคารรับแรงดัด เช่น คาน พื้น หรือฐานราก ปริมาณเหล็กเสริมน้อยที่สุด (As,min) และปริมาณเหล็กเสริมมากที่สุดจะเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมดังกล่าว ใน บทความฉบับนี้จะกล่าวถึงเฉพาะปริมาณเหล็กเสริมน้อยที่สุด ซึ่งมักจะเกิดความสับสนในการใช้ขึ้นในการออกแบบฐานรากอยู่เสมอ สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณเหล็กเสริมมากที่สุดนั้น ผู้เขียนจะนำเสนอในบทความฉบับต่อไป

 

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่


แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 06 มกราคม 2014 เวลา 11:14 น.
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 9 จาก 14