วารสารคอนกรีต
อัตราส่วนปูนซีเมนต์ต่อหินฝุ่นที่เหมาะสมในการผลิตคอนกรีตบล็อกหรืออิฐบล็อก PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพุธที่ 04 ธันวาคม 2013 เวลา 13:40 น.

อัตราส่วนปูนซีเมนต์ต่อหินฝุ่นที่เหมาะสมในการผลิตคอนกรีตบล็อก

หรืออิฐบล็อก

 

สิทธิชัย แสงอาทิตย์

รองศาสตราจารย์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

กรรมการวิชาการ สาขาโครงสร้างคอนกรีต สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย


1. บทนำ

คอนกรีตบล็อกหรืออิฐบล็อกเป็นวัสดุก่อสร้างที่ได้จากการนำปูนซีเมนต์และน้ำผสมเข้ากับวัสดุผสมละเอียด เช่น หินฝุ่นและทราย เป็นต้น ในอัตราส่วนผสมต่างๆ และถูกผลิตให้มีขนาดและรูปร่างที่ต้องการโดยใช้เครื่องอัดคอนกรีตบล็อก คอนกรีตบล็อกเป็นวัสดุก่อสร้างที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เนื่องจากคอนกรีตบล็อกมีราคาถูก ก่อสร้างง่าย ค่าบำรุงรักษาต่ำ หาซื้อได้ง่าย อีกทั้งโครงสร้างที่ทำด้วยคอนกรีตบล็อกเป็นโครงสร้างที่แข็งแรง คงทน ทึบเสียง รักษาอุณหภูมิภายในโครงสร้างได้ดี มีความสวยงาม ในประเทศไทย คอนกรีตบล็อกที่ถูกผลิตขึ้นโดยส่วนใหญ่โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ต่างจังหวัดจะมีความหนา 70 มิลลิเมตรเท่านั้น ซึ่งทำให้ไม่สามารถใช้คอนกรีตบล็อกดังกล่าวเป็นผนังรับแรง (load-bearing wall) ได้โดยตรง เนื่องจากมาตรฐานการออกแบบวัสดุก่อของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย วสท. 1005-18 กำหนดให้อัตราส่วนความชลูด (slenderness ratio) ของผนังดังกล่าวจะมีค่าได้ไม่เกิน 20 ดังนั้น คอนกรีตบล็อกขนาดความหนาดังกล่าวจึงถูกนำไปใช้เป็นวัสดุในการก่อสร้างโครงสร้างรอง (secondary structure) เช่น ผนังไม่รับน้ำหนัก (nonload-bearing wall) เป็นต้น เท่านั้น ซึ่งทำให้ศักยภาพในการใช้งานของคอนกรีตบล็อกดังกล่าวลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม จากการศึกษารูปแบบการก่อสร้างโครงสร้างคอนกรีตบล็อกในต่างประเทศ พบว่า ข้อกำหนดดังกล่าวอาจจะหลีกเลี่ยงได้โดยใช้รูปแบบการก่อสร้างผนังแบบ composite multiwythe wall ซึ่งเป็นผนังสองแถวที่มีเกราท์ (grout) และตัวยึด (tie) เป็นตัวประสานผนังทั้งสองแถวให้รับแรงกระทำร่วมกันและจะทำให้อัตราส่วนความชลูดของผนังมีค่าตามที่มาตรฐานการออกแบบกำหนด ข้อด้อยที่สำคัญอีกข้อหนึ่งของคอนกรีตบล็อกคือ คุณภาพของคอนกรีตบล็อกที่ผลิตโดยโรงงานในเขตพื้นที่ต่างจังหวัดมีความแตกต่างกันค่อนข้างสูง เนื่องจากอัตราส่วนผสม มาตรฐานการผลิต และการบ่มมีความแตกต่างกัน ดังนั้น เพื่อช่วยให้คอนกรีตบล็อกมีคุณภาพสูงขึ้นและสม่ำเสมอมากขึ้น จุดประสงค์หลักของบทความนี้ก็คือ เพื่อเสนออัตราส่วนผสมของคอนกรีตบล็อกที่เหมาะสมในด้านกำลังรับแรงกดอัดและราคาของคอนกรีตบล็อก

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2013 เวลา 11:14 น.
 
Building Code คืออะไร PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 09 กันยายน 2013 เวลา 10:19 น.

ผู้เผยแพร่

ดร.เสถียร เจริญเหรียญ กรมโยธาธิการและผังเมือง

สุเมธ เกียรติเมธา คณะกรรมการวิชาการและกรรมการสมทบ สาขาโครงสร้างคอนกรีต

 

 

Building Code คืออะไร?

 

ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมาผู้ออกแบบและผู้ก่อสร้างในประเทศไทยต่างประสบปัญหาในการนามาตรฐานที่เกี่ยวข้องมาใช้ปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความไม่สมบูรณ์ของมาตรฐาน ความขัดแย้งไม่สอดคล้องกันของมาตรฐาน ตลอดจนความไม่ทันสมัยของข้อมูลต่างๆ ที่ได้ระบุไว้ในมาตรฐานเหล่านั้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวนอกจากจะสร้างความสับสนให้กับผู้ปฏิบัติแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน จากการออกแบบและการก่อสร้างอีกด้วย นักวิชาการจึงเสนอให้มีการพัฒนามาตรฐานการก่อสร้างอาคารควบคู่ไปกับการจัดทา Building Code ที่จะนามาใช้ในประเทศไทย โดยคาดหวังว่า การจัดทา Building Code จะเป็นส่วนสาคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ รวมทั้งจะเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยให้สูงขึ้นด้วย ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานของรัฐอย่างกรมโยธาธิการและผังเมือง สภาวิศวกร สภาสถาปนิก สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย และสมาคมวิชาชีพต่างๆ ที่เห็นด้วยในการผลักดันให้มีการใช้ Building Code ในประเทศไทยขึ้น แต่หลายๆคน ยังคงมีปัญหาสงสัยว่า ความจริง Building Code นั้น มีความหมายอย่างไรกันแน่ และ Building Code กับมาตรฐานอาคาร (Building Standard) มีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2013 เวลา 11:07 น.
 
Speed Up งานผูกเหล็กก่อสร้าง ด้วย Smart Tool ยุค แรงงานหายาก แพง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 06 กรกฏาคม 2013 เวลา 09:16 น.

Speed Up งานผูกเหล็กก่อสร้าง ด้วย  Smart Tool ยุค แรงงานหายาก แพง

 

 

ดร.นันทวัฒน์ ขมหวาน

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

คณะกรรมการวิชาการ สาขาบำรุงรักษา ซ่อมแซม และเสริมกำลังคอนกรีต

 

 

 

ในสภาวะของการแข่งขันทางเศรษฐกิจ  การค้า และปัญหาด้านแรงงาน จำต้องมีการดำเนินการในธุรกิจหรือโครงการต่างๆอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีความได้เปรียบกับธุรกิจหรือโครงการอื่นๆ ฉะนั้นเราจึงจำต้องมีการพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือ พัฒนาเครื่องจักร พัฒนาวิธีการดำเนินการ พัฒนาวิธีการบริหารงานจนถึงการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อนำมาใช้งาน เพื่อที่จะตอบสนองความต้องการในการดำเนินงานโครงการต่างๆและในการคิดค้นเครื่องมือใหม่ๆเพื่อนำขึ้นมาใช้งานนั้น เครื่องมือที่ได้ทำการคิดค้นจะต้อง สามารถทำงานได้โดยไม่ทำให้งานมีคุณภาพด้อยลงจากการใช้เครื่องมือชนิดเดิมหรือวิธีการเดิม สามารถทำงานได้โดยทำให้เวลาในการทำงานรวดเร็วยิ่งขึ้นขึ้นจากการใช้เครื่องมือชนิดเดิมหรือวิธีการเดิม ไม่เป็นอันตรายกับผู้ปฏิบัติงาน ตอบสนองความต้องการของผู้ผลิตได้ ดังนั้นการพัฒนาเครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อนำมาใช้งานจึงต้องมีความรู้ทางวิศวกรรมศาสตร์ควบคู่กับความรู้ทางการยศาสตร์ (Ergonomics) เพื่อให้กระบวนการผลิตได้พัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2013 เวลา 13:36 น.
 
กรณีศึกษาการแตกร้าวและแนวทางการซ่อมแซมโครงสร้างอาคารในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2013 เวลา 11:22 น.

 

กรณีศึกษาการแตกร้าวและแนวทางการซ่อมแซมโครงสร้างอาคารในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

 

 

สิทธิชัย แสงอาทิตย์

รองศาสตราจารย์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

กรรมการวิชาการ สาขาโครงสร้างคอนกรีต สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย

 

 

อาคารจะถูกออกแบบให้มีความแข็งแรง มีความสะดวกในการใช้งาน และมีความคงทนที่จะใช้งานได้อย่างปลอดภัยเป็นเวลานานพอสมควร อาคารที่มีความประหยัดควรมีอายุ 30 ถึง 50 ปี ถึงจะมีการซ่อมแซมครั้งใหญ่  อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน พบว่า โครงสร้างของอาคารส่วนหนึ่งในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ซึ่งเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความสูงไม่มากนักคือ สูงไม่เกิน 4 ชั้นและมีฐานรากเป็นฐานรากแผ่ (spread footing) วางอยู่บนชั้นดินที่ระดับความลึกไม่เกิน 2.50 เมตรจากระดับพื้นชั้นล่างของอาคาร มีความเสียหายโดยเกิดการแตกร้าวตามองค์อาคารต่างๆ เช่น เสา คาน และพื้น เป็นต้น อาคารดังกล่าวส่วนใหญ่ถูกสร้างเสร็จมาแล้วประมาณ 10 ปี และได้เปิดให้มีการใช้งานไปแล้วเป็นระยะหนึ่ง โดยการแตกร้าวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงระยะเวลาประมาณ 5 ถึง 6 ปีที่ผ่านมา

 

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

 

 

 

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2013 เวลา 11:35 น.
 
เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการทำให้คอนกรีตมีโมดูลัสยืดหยุ่นสูงขึ้น PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 2013 เวลา 11:08 น.

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการทำให้คอนกรีตมีโมดูลัสยืดหยุ่นสูงขึ้น

 

สิทธิชัย แสงอาทิตย์

รองศาสตราจารย์ สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

กรรมการวิชาการ สาขาโครงสร้างคอนกรีต สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย

 

ในงานวิศวกรรมโยธา คอนกรีตถือได้ว่าเป็นวัสดุพื้นฐานที่ใช้ในการก่อสร้างโครงสร้างมากที่สุด ซึ่งจะอยู่ในรูปคอนกรีตเสริมเหล็กและเป็นการใช้วัสดุร่วมกันที่ชาญฉลาดอย่างหนึ่ง ในการเรียนการสอนในวิชาที่เกี่ยวข้องกับวิธีการหาสัดส่วนผสมคอนกรีต เช่น คอนกรีตเทคโนโลยีและการทดสอบวัสดุ เป็นต้น ผู้สอนโดยทั่วไปมักจะเน้นไปที่วิธีการหาสัดส่วนผสมคอนกรีตที่เกี่ยวเนื่องกับคุณสมบัติของคอนกรีตสด ความคงทน และกำลังรับแรงกดอัดประลัย (ultimate compressive strength) ของคอนกรีตเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ศักยภาพในการใช้งานและการตอบสนองของโครงสร้างคอนกรีตต่อแรงกระทำไม่ได้ขึ้นอยู่กับกำลังของคอนกรีตเพียงอย่างเดียว หากยังขึ้นอยู่กับการใช้งานตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และเสถียรภาพของโครงสร้างอีกด้วย

 

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 24 ธันวาคม 2013 เวลา 13:45 น.
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 5 จาก 14