วารสารคอนกรีต
การพัฒนาการก่อสร้างโครงสร้างคอนกรีตอย่างยั่งยืน ผ่านประสบการณ์งานวิจัยพัฒนาของศาสตราจารย์ ดร. สมนึก ตั้งเติมสิริกุล อดีตนายกสมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2015 เวลา 09:42 น.

การพัฒนาการก่อสร้างโครงสร้างคอนกรีตอย่างยั่งยืน
ผ่านประสบการณ์งานวิจัยพัฒนาของศาสตราจารย์ ดร. สมนึก ตั้งเติมสิริกุล
อดีตนายกสมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย

 

บทความนี้ได้รวบรวมงานวิจัยและพัฒนาที่ทำโดยกลุ่มวิจัยที่ทำงานวิจัยพัฒนาร่วมกับผมที่ผ่านมาในอดีตจนปัจจุบัน โดยจัดหัวข้อเป็นหมวดหมู่เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ ดังต่อไปนี้

1. งานวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนา Self-compacting concrete

ได้มีโอกาสเข้าร่วมกลุ่มวิจัยพัฒนากลุ่มแรกที่ได้นำเอา Self-compacting concrete (รูปที่ 1) ออกไปใช้ในการก่อสร้างจริง มีการคิดค้นวิธีการทดสอบเพื่อใช้ในการควบคุมคุณภาพของ Self-compacting concrete ขึ้นมาหลายชนิด เช่น T50(รูปที่ 2), U-box filling ability test(รูปที่ 3), L-box filling ability test ขึ้นมาเป็นครั้งแรกในโลก เป็นต้น และได้ตีพิมพ์ผลงานในวารสารวิชาการและการประชุมวิชาการหลายบทความ อีกทั้งยังได้จดสิทธิบัตรระดับนานาชาติ(“Method of Manufacture of Concrete Products from Raw Concrete”, European Patent Publication No. EP0462602, 27 December 1991) เกี่ยวกับวัสดุผสมเพิ่มที่ใช้สำหรับ Self-compacting concrete และวิธีการก่อสร้างที่ใช้คอนกรีตดังกล่าวด้วย หลังจากได้กลับมาประเทศไทย ก็ได้มีการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยในหัวข้อนี้ โดยพัฒนาแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อทำนายคุณสมบัติของคอนกรีตดังกล่าว เพื่อทำนายความสามารถในลักษณะของ Self-compatibility ต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการออกแบบส่วนผสมที่เหมาะสมกับสภาพวัตถุดิบที่มีอยู่ในประเทศไทย

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

แก้ไขล่าสุด ใน วันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2015 เวลา 09:48 น.
 
เถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรม: วัสดุปอซโซลานที่ดีสำหรับงานคอนกรีต PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2015 เวลา 15:54 น.

เถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรม: วัสดุปอซโซลานที่ดีสำหรับงานคอนกรีต

ชัย  จาตุรพิทักษ์กุล

นายกสมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย และ

ศาสตราจารย์

ภาควิชาวิศวกรรมโยธา  คณะวิศวกรรมศาสตร์

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

 

เถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรม หลายชนิดเป็นวัสดุปอซโซลานที่ดี และสามารถพัฒนามาใช้ในงานคอนกรีตได้เป็นอย่างดี    เถ้าที่มีศักยภาพและสามารถนำมาพัฒนาเพื่อเป็นวัสดุปอซโซลานที่ดีเพื่อใช้แทนที่ปูนซีเมนต์บางส่วนในส่วนผสมคอนกรีตต้องมีลักษณะดังนี้คือ 1) เป็นเถ้าที่มีออกไซด์ของซิลิกา หรือซิลิกาและอลูมินาออกไซด์สูงซึ่งโดยทั่วไปควรมากกว่าร้อยละ 50 ของทั้งหมด 2) มีความละเอียดสูงหรือสามารถทำให้มีความละเอียดสูงได้ และ 3) คือไม่เป็นผลึกคือสามารถทำปฏิกิริยากับด่าง (แคลเซียมไฮดรอกไซด์) ได้  ซึ่งเถ้าจากโรงงานอุตสาหกรรมที่เข้าข่ายในลักษณะข้างต้นได้แก่ เถ้าจากการเผาถ่านหิน (fly ash or pulverized fuel ash) เถ้าจากการเผากากปาล์มน้ำมัน (palm oil fuel ash)  เถ้าจากการเผาแกลบ (rice husk ash) และเถ้าจากการเผาชานอ้อย (bagasse ash)

ส่วนเถ้าจากการเผาขยะ เถ้าจากการเผาเศษไม้  เถ้าจากการเผาขี้เลื่อยไม้ เถ้าจากการเผาพลาสติค เถ้าจากการเผากระดาษ เถ้าจากการเผายางรถยนต์ เป็นต้น พบว่าเถ้าเหล่านี้มีคุณภาพต่ำไม่ใช่วัสดุปอซโซลาน และการนำใช้ในส่วนผสมของคอนกรีตมักส่งผลทางด้านลบต่อคุณภาพของคอนกรีต

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2015 เวลา 15:57 น.
 
เทคนิคและวิธีการผลิตคอนกรีตกำลังสุงในประเทศไทย PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2015 เวลา 15:42 น.

เทคนิคและวิธีการผลิตคอนกรีตกำลังสุงในประเทศไทย
(Making of High Strength Concrete in Thailand)

 

พิชัย นิมิตยงสกุล1

กิตติพุฒิ เปล่งขำ2

สุรัก ปิยะรักสกุล3

1รองศาสตราจารย์ ประจำภาควิชาวิศวกรรมโครงสร้างและการก่อสร้าง

2นักศึกษาปริญญาดุษฏีบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง

3นักวิจัย สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง,สำนักวิชาวิศวกรรมโยธา สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย

 

บทคัดย่อ: บทความนี้นำเสนอเทคนิคและวิธีการผลิตคอนกรีตกำลังสูงในประเทศไทย วัตถุประสงค์ของบทความนี้ คือ แสดงถึงความเป็นไปได้ในการทำคอนกรีตที่มีกำลังสูงในระดับ 1,000-1,500 กก/ซม2 (Very High Strength Concrete) เนื้อหาในบทความได้กล่าวถึงภาคทฤษฏี คือ พฤติกรรมการวิบัติของคอนกรีตภายใต้แรงอัด และ ภาคปฏิบัติตั้งแต่การคัดเลือกจัดเตรียมวัสดุ การผสม จนไปถึงอุปสรรคที่เกิดขึ้นและแนวทางในการแก้ไข หัวใจสำคัญในการทำคอนกรีตกำลังสูงครั้งนี้ อยู่ที่การพยายามทำให้แต่ละองค์ประกอบของคอนกรีตแข็งมีกำลังแข็งแรงมากที่สุด และ การควบคุมขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอนอย่างเข้มงวด จากผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าคอนกรีตที่มีกำลังสูงในระดับ 1,000-1,500 กก/ซม2 สามารถทำได้จริงในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่สนใจที่จะศึกษาวิจัยต่อไปจนให้สามารถนำไปใช้ในงานก่อสร้างได้จริงและเป็นการพัฒนาคอนกรีตกำลังสูงในวงการอุตสาหกรรมการก่อสร้างของประเทศไทย ให้ทัดเทียมกับนานาชาติได้ในอนาคตอันใกล้นี้

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

 

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2015 เวลา 15:53 น.
 
ปัญหา, อุปสรรค, และวิธีการแก้ไขเพื่อนำเถ้าถ่านหิน ไปใช้ในงานคอนกรีต (ตอนที่ 2) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2015 เวลา 15:32 น.

ปัญหา, อุปสรรค, และวิธีการแก้ไขเพื่อนำเถ้าถ่านหิน
ไปใช้ในงานคอนกรีต  (ตอนที่ 2)

ชัย  จาตุรพิทักษ์กุล1
เอนก  ศิริพานิชกร2
สุรพล  พฤกษานุกุล3
1นายกสมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย และภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
2ประธานสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ และ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
3กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทอรัสพอซโซลานซ์ จำกัด

 

 

ปัจจุบันได้มีการนำเถ้าถ่านหินหรือเถ้าลอยมาใช้ในงานก่อสร้างอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยหลายประการ ได้แก่ การปรับปรุงคุณสมบัติของคอนกรีตให้ดีขึ้นทั้งในด้านกำลังอัดความคงทน และความสามารถเทได้ของคอนกรีต นอกจากนี้การใช้เถ้าถ่านหินในส่วนผสมของคอนกรีตยังสามารถลดต้นทุนในการผลิตคอนกรีตลงได้ อย่างไรก็ตามการนำเถ้าถ่านหินมาใช้ในงานคอนกรีต ยังมีข้อด้อยอยู่เช่นกัน ซึ่งหากผู้ที่นำเถ้าถ่านหินไปใช้ในงานคอนกรีตมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคุณสมบัติของเถ้าถ่านหินอย่างดีแล้วจะสามารถนำเถ้าถ่านหินไปใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมและได้คุณภาพดีตามที่ต้องการ  ในทางตรงกันข้ามหากผู้ใช้เถ้าถ่านหินมีความรู้ไม่เพียงพอ การใช้เถ้าถ่านหินในส่วนผสมคอนกรีตอาจส่งผลเสียต่อคุณภาพของคอนกรีตได้เช่นเดียวกัน   สำหรับบทความนี้เป็นการรวบรวมปัญหาและอุปสรรคที่เกิดจากการนำเถ้าถ่านหินไปใช้ในงานคอนกรีต รวมถึงวิธีการแก้ไข เพื่อเป็นแนวทางในการนำเถ้าถ่านหินไปใช้ในงานคอนกรีต ซึ่งเป็นตอนที่ 2  ต่อจากตอนแรกที่นำลงใน วารสารคอนกรีต ของสมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย (สคท.) เมื่อ ธันวาคม 2014

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2015 เวลา 15:42 น.
 
ฐานรากพระที่นั่งอนันตสมาคม และปัญหาที่เกี่ยวข้อง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันศุกร์ที่ 06 พฤศจิกายน 2015 เวลา 15:02 น.

ฐานรากพระที่นั่งอนันตสมาคม และปัญหาที่เกี่ยวข้อง

นายสืบศักดิ์ พรหมบุญ

บริษัท อินเตอร-คอนซัลท์ จำกัด

 

บทนำ

เป็นที่ล่ำลือมานานแล้วว่าพระที่นั่งอนันตสมาคมเกิดการทรุดตัวในขณะที่กำลังก่อสร้าง โดยผู้หลักผู้ใหญ่ในวงราชการหลัง

เกษียณราชการแล้วก็ยืนยันว่าพระที่นั่งอนันตสมาคมได้ทรุดตัวขณะก่อสร้างและได้มีการแก้ไข บางกระแสกล่าวว่าผู้ที่มาแก้ไขเป็น

วิศวกรจากประเทศเยอรมัน มีบทความบทหนึ่งในวารสารวิศวกรรมสาร ปีที่ 33 ฉบับที่ 2 เดือนมิถุนายน 2523 พาดหัวว่า “ทำไมพระ

ที่นั่งอนันจึงทรุด” เมื่ออ่านบทความแล้วผู้เขียนพอสรุปได้ว่า พระที่นั่งอนันตสมาคมทรุดตัวในปี 2518 นั้นเกิดจากการที่ฐานราก

Floating Foundation เกิดการแตกมีน้ำเข้าไปจนเต็มห้องใต้ดิน ทำให้ฐานรากรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นประมาณ 3 ตัน/ตร.ม. ประกอบกับ

กรุงเทพมหานครได้มีการใช้น้ำบาดาลมาประมาณ 20 ปี ทำให้ดินในกรุงเทพมหานครทรุดตัวเนื่องจากการสูบน้ำบาดาล โดย

คณะกรรมการพบว่าพระที่นั่งองค์นี้ทรุดตัวมากกว่าดินประมาณ 1 มิลลิเมตร/เดือน และได้ทำการแก้ไขโดยตั้งเครื่องสูบน้ำในห้องใต้

ดิน และสูบน้ำออกเพื่อลดน้ำหนักบรรทุก

 

ดาวน์โหลดบทความได้ที่นี่

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 06 พฤศจิกายน 2015 เวลา 15:04 น.
 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 3 จาก 14